AB PLUS ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ ช่วยให้ลูกค้าส่งเงินไปยังปลายทางต่างๆ ทั่วโลกได้
ประเภทของการโอนเงิน
AB PLUS รองรับโซลูชันการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนหลากหลายรูปแบบ ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินระหว่างประเทศ
ภาพรวมบริการ
จากประสบการณ์ด้านการประมวลผลการชำระเงินข้ามพรมแดน AB PLUS ได้พัฒนาบริการบนพื้นฐานความเข้าใจในเครือข่ายธนาคารระหว่างประเทศและระบบชำระเงิน รวมถึงเครือข่ายบัตรอย่าง Visa และ Mastercard
บริการนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยตัวเลือกการโอนที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงง่าย เหมาะกับความต้องการด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการโอนไปไทยและปลายทางอื่นๆ ที่รองรับ ทุกบริการเป็นไปตามกฎระเบียบด้านการชำระเงินและข้อกำหนดของพันธมิตรธนาคารที่เกี่ยวข้อง

วิธีการโอนเงินระหว่างประเทศ
มีวิธีการโอนเงินระหว่างประเทศหลายแบบ ทั้งระบบที่ผ่านธนาคาร (Bank) และที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) วิธีที่เหมาะสมที่สุดอาจขึ้นอยู่กับความเร็ว ปลายทาง สกุลเงิน และเงื่อนไขของธนาคาร
1. การโอนผ่านธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ (BACS Payment)
การโอนอิเล็กทรอนิกส์ (ที่หลายคนเรียกว่า online banking) ใช้เพื่อโอนเงินจากบัญชีธนาคารหนึ่งไปอีกบัญชีโดยตรง มักใช้สำหรับ:
- Direct debit
- Direct credit จากองค์กรหรือบุคคล
โดยทั่วไปการโอนแบบมาตรฐานใช้เวลาประมาณ 3 วันทำการกว่าเงินจะเคลียร์ ขึ้นอยู่กับธนาคารต้นทางและปลายทาง
2. Faster Payments Service (FPS) – การโอนภายใน UK
Faster Payments Service (FPS) เป็นระบบของ UK ที่ช่วยให้โอนเงินระหว่างธนาคารที่ร่วมโครงการได้แบบเกือบเรียลไทม์
- มักดำเนินการเสร็จภายในไม่กี่นาทีหรือภายในวันทำการเดียวกัน
- ใช้ได้เฉพาะระหว่างธนาคารใน UK ที่ร่วมโครงการ
- อยู่ภายใต้วงเงินและรอบเวลาตัดยอดของแต่ละธนาคาร
แม้รายการ FPS ส่วนใหญ่จะถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว แต่ไม่รับประกันว่าจะถึงทันทีในทุกกรณี
3. CHAPS Payment (โอนมูลค่าสูงภายในวันเดียว)
CHAPS (Clearing House Automated Payment System) เป็นระบบของ UK ที่โอนถึงภายในวันเดียวกัน มักใช้กับรายการมูลค่าสูงหรือที่ต้องการความเร่งด่วน
- เงินถึงภายในวันเดียวกันเมื่อส่งคำสั่งภายในรอบเวลาที่กำหนด
- นิยมใช้กับรายการขนาดใหญ่ เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือการชำระเงินทางธุรกิจ
- อาจมีค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับธนาคารต้นทาง
4. SWIFT (การโอนระหว่างประเทศ)
SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) เป็นเครือข่ายส่งข้อมูลระดับโลกที่ธนาคารใช้ในการประมวลผลการชำระเงินระหว่างประเทศ
- ใช้สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนในสกุลเงินต่างๆ
- โดยทั่วไปใช้เวลา 1–3 วันทำการ แม้อาจล่าช้าได้จาก Time Zone ธนาคารตัวกลาง หรือการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ
- ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก
5. SEPA Payment
การโอนแบบ SEPA คือการโอนเงินสกุลยูโรจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีผ่านเครือข่ายธนาคารมาตรฐานเดียวกัน มักใช้สำหรับ:
- การชำระเงินสกุลยูโรข้ามพรมแดนภายในยุโรป
- การชำระเงินระหว่างบัญชีธนาคารในเขต EU/EEA
- การโอนทั้งธุรกิจและบุคคลในสกุล EUR
ประเภทของ SEPA: SEPA Credit Transfer (SCT) โอนยูโรครั้งเดียว เสร็จภายใน 1 วันทำการ · SEPA Instant Credit Transfer (SCT Inst) โอนยูโรเกือบเรียลไทม์ (ภายในไม่กี่วินาที) ใช้ได้ 24/7 ขึ้นอยู่กับธนาคาร · SEPA Direct Debit สำหรับการชำระเงินแบบเรียกเก็บประจำ (เช่น ค่าสมาชิก บิลต่างๆ) โดยทั่วไป SEPA มาตรฐานถึงภายใน 1 วันทำการ ส่วน SEPA Instant ถึงภายในไม่กี่วินาที ค่าธรรมเนียมมักต่ำหรือฟรี ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
ระบบชำระเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank)
ระบบชำระเงิน Non-Bank คือบริการที่ให้โดยสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตหรือผู้ให้บริการชำระเงินที่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎระเบียบทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ระบบเหล่านี้ทำงานแยกจากธนาคารทั่วไป แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง
1. Payment Gateway
Payment Gateway เป็นบริการเทคโนโลยีที่ช่วยให้ร้านค้ารับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยเฉพาะแบบออนไลน์
- อนุมัติรายการบัตรเดบิตและเครดิต (เช่น Visa, Mastercard, Amex, Maestro)
- ส่งข้อมูลการชำระเงินระหว่างร้านค้า ธนาคารผู้รับเงิน และธนาคารผู้ออกบัตร
- ส่งผลลัพธ์รายการกลับ (อนุมัติหรือปฏิเสธ)
Payment Gateway ใช้กันอย่างแพร่หลายในแพลตฟอร์ม e-commerce และการค้าปลีกออนไลน์
2. Peer-to-Peer (P2P)
การชำระเงินแบบ P2P คือการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างบุคคลโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชัน
- เริ่มและรับรายการผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์
- ประมวลผลผ่านผู้ให้บริการชำระเงินตัวกลาง
- นิยมใช้กับการโอนส่วนบุคคลและรายการมูลค่าไม่สูง
3. ผู้ให้บริการโอนเงินระดับโลก
ผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ เช่น Western Union และ MoneyGram ดำเนินเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลก
- รองรับการโอนเงินข้ามพรมแดน
- ดำเนินงานผ่านตัวแทน ร้านค้าปลีก หรือพันธมิตร
- มีตัวเลือกรับเงินสดหรือเข้าบัญชีธนาคารตามประเทศปลายทาง
4. E-Money และ E-Wallet
E-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์) คือบัญชีการเงินดิจิทัลที่ให้ผู้ใช้เก็บเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และทำการชำระหรือโอนเงินได้
- เติมเงินได้จากบัญชีธนาคารหรือแหล่งเงินอื่น
- เก็บและจัดการเงินแบบดิจิทัลเพื่อการชำระหรือโอน
- เข้าถึงได้อย่างปลอดภัยผ่านการยืนยันตัวตน เช่น รหัสผ่านหรือไบโอเมตริก
หากอุปกรณ์สูญหาย เงินยังคงได้รับการปกป้องผ่านระบบความปลอดภัยของบัญชี และผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้อีกครั้งโดยล็อกอินจากอุปกรณ์อื่น
สรุป
ระบบชำระเงิน Non-Bank ทั้ง Payment Gateway, P2P, ผู้ให้บริการโอนเงินระดับโลก และ E-Wallet ล้วนเป็นทางเลือกในการส่งและรับเงินนอกเหนือจากช่องทางธนาคารแบบดั้งเดิม โดยทำงานภายใต้กรอบกฎระเบียบที่แตกต่างกัน และออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็ว ความสะดวก และการเข้าถึงการชำระเงิน
